26 มีนาคม พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐาน โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ (โรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2453 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวม โรงเรียนมหาดเล็ก โรงเรียนแพทยาลัย โรงเรียนยันตรศึกษา และโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เข้าด้วยกัน) ขึ้นเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระยะต้นมหาวิทยาลัยได้จัดการศึกษาเป็น 4 คณะคือ คณะแพทย์ศาสตร์ตั้งอยู่ที่ศิริราชพยาบาล คณะรัฏฐประศาสนศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สามคณะฯ หลังตั้งอยู่ที่หอวัง ปทุมวัน (ปัจจุบันคือบริเวณสนามศุภชลาศัย)

การเรียนการสอนในระยะก่อตั้งของทั้ง 4 คณะฯ ยังไม่มีหลักสูตรระดับปริญญาบัณฑิต ในคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ซึ่งขณะนั้น หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี เป็นคณะบดี การเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเป็นการสอนวิชาพื้นฐานให้กับนิสิตของคณะฯ อื่น คือ คณะรัฏฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังไม่ได้เป็นการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาที่สมบูรณ์ และได้อาศัยกำลังครูผู้สอนส่วนใหญ่ที่มาจากโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ

 

 

6 เมษายน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมมหาวิทยาลัยขึ้นในกระทรวงธรรมการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาชัยนาทนเรนทร (ครั้งดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร) เป็น อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย และให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในความดูแลของกรมนี้

พ.ศ. 2461 ปรับปรุงหลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตร เวลาเรียน 6 ปี ชั้นปีที่ 1-4 (เตรียมแพทย์และปรีคลินิก) เรียนที่หอวัง โดยขึ้นกับคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 5-6 (คลินิก) เรียนที่ศิริราชพยาบาล ขึ้นกับคณะแพทย์ศาสตร์ พร้อมกันนั้นก็เริ่มเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิทยาศาสตร์ในคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2462 เริ่มเปิดสอนหลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตรที่ปรับปรุงใหม่ ในการนี้คณะอักษรศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ ได้ปรับปรุงห้องปฏิบัติการต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานขึ้น โดยอาศัยเงินงบประมาณจากทางราชการส่วนหนึ่ง ร่วมกับ เงินบริจาคอีกส่วนหนึ่งในด้านการเรียนปฏิบัติการชีววิทยา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวง นครสวรรค์วรพินิต ได้ประธานห้องปฏิบัติการชีววิทยา และมีห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ในอาคารที่ปลูกขึ้นใหม่ในบริเวณหอวัง หลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตรนี้สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2467

6 กันยายน พ.ศ. 2463 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ประธานเงินทุนจำนวน 200,000 บาท แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อใช้ผลรายได้จากทุนนี้เป็นทุนส่งบุคลากรไปเพื่อศึกษาวิชาแพทย์ เคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา ยังต่างประเทศ เพื่อที่จะได้ครูในทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ที่ดีและเป็นกำลังสำคัญต่อไป

พ.ศ. 2464 กระทรวงธรรมการเริ่มต้นเจรจากับมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ เพื่อปรับปรุงการศึกษาแพทย์ถึงระดับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต การเจรจาดำเนินการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงเป็นผู้แทนเสนาบดีฝ่ายไทย

พ.ศ. 2465 มีพระบรมราชโองการให้ปฏิบัติตามข้อตกลงกับมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ได้ในวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2465 โดยในการตกลงครั้งแรกนี้ มูลนิธิฯได้ร่วมเสนอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรแพทย์โดยเรียนขั้นเตรียมแพทย์ 2 ปีที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ส่วนระดับปรีคลินิกและคลินิก 4 ปีเรียนที่ศิริราช รวมเป็น 6 ปี ในการตกลงครั้งนี้มูลนิธิฯจะยังไม่ขยายความช่วยเหลือมายังเตรียมแพทย์ซึ่งเรียนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่ขอให้จัดหลักสูตรการเรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐานและภาษาอังกฤษตามที่มูลนิธิฯ เสนอ

 

พฤษภาคม พ.ศ. 2466 เริ่มต้นการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีครั้งแรกในประเทศไทย


มูลนิธิฯ ส่ง Dr. William S. Carter มาดูงานหลักสูตรแพทย์ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่และจากการประชุมร่วมกันกับ Dr. M. E. Barne ซึ่งเป็นผู้แทนมูลนิธิฯ ประจำประเทศไทย และพระยาไพศาลศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ต่างมีความเห็นตรงกันว่า มีความจำเป็นที่จะต้องขยายความช่วยเหลือเตรียมแพทย์ซึ่งสอนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างเร่งด่วน เพราะการเรียนในระดับพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเรียนในระดับสูงต่อไป และยังเป็นรากฐานของการขยายการศึกษาอักษรศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ให้ถึงระดับปริญญาเช่นเดียวกับแพทย์ต่อไป ซึ่งจะทำให้การศึกษาในมหาวิทยาลัยของประเทศไทยมีระดับเทียบเสมอได้กับมหาวิทยาลัย ที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ การเจรจาครั้งที่ 2 ระหว่างฝ่ายไทยและมูลนิธิฯ จึงเริ่มขึ้น

22 ตุลาคม พ.ศ. 2466 เสนาบดีกระทรวงธรรมการ นำถวายกราบบังคมทูลเรื่องสัญญาความร่วมมือในการเจรจาครั้งที่ 2 กับมูลนิธิฯ ต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สัญญาความร่วมมือมีกำหนด 5 ปี มีใจความสำคัญบางตอนสรุปได้คือ มูลนิธิฯ จะส่งศาสตราจารย์วิชาเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ จำนวน 4 ท่าน มาเป็นผู้จัดการสอนในวิชาดังกล่าว และฝ่ายไทยจะต้องสร้างศาลาวิทยาศาสตร์หรือตึกวิทยาศาสตร์ 1 หลังเป็นสถานที่ ทดลองวิชาทางวิทยาศาสตร์ จัดหาเครื่องมือการสอนเอง และเตรียมบุคลากรที่จะรับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อกลับมาเป็นอาจารย์รับตำแหน่งแทนชาวต่างประเทศต่อไป

5 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ที่ประชุมกรรมการมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ ลงมติให้ดำเนินการขยายความช่วยเหลือ เตรียมแพทย์ และวิทยาศาสตร์ซึ่งสอนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้

29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466 (ถ้านับตามปัจจุบันจะเป็น พ.ศ. 2467) มีพระบรมราชโองการให้ทำ ความตกลงกับมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ได้

8 มิถุนายน พ.ศ. 2467 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ขณะดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย ได้ทรงเขียนบันทึกถึงพระยาอนุกูลกิจวิธูรเกี่ยวกับแปลนตึกวิทยาศาสตร์ที่จะสร้างขึ้น ตามข้อตกลง ทรงให้ความเห็นเกี่ยวกับการก่อสร้างและสถานที่สร้าง ทรงเน้นว่าควรสร้างให้เป็นสง่าราศี เพื่อให้ย่านนี้แลดูรุ่งเรืองและทำให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยเป็นคณะที่มีทุนแน่นแฟ้น

18 เมษายน พ.ศ. 2468 มูลนิธิฯ ได้ส่ง Professor Thomas F. Morrison เข้ามาเป็นผู้จัดการการสอน วิชาด้านชีววิทยา ซึ่งทางฝ่ายไทยได้ให้การยกย่องท่านเป็น หัวหน้าแผนกชีววิทยาท่านแรก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 ตึกวิทยาศาสตร์ (ต่อมาเรียกชื่อว่า ‘ตึกขาว’) ซึ่งออกแบบโดย หลวงวิศาลศิลปกรรม ได้ดำเนินการสร้างแล้วเสร็จ นับเป็นตึกเรียนวิทยาศาสตร์ในระดับอุดมศึกษาตึกแรกของประเทศไทย ซึ่งได้ใช้เป็นสถานที่เรียน ‘ชีววิทยา’ มาจนถึงปัจจุบัน ตึกขาวแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ที่หวงแหนของชาวชีววิทยาทุกรุ่นทุกสมัยตลอดมา

สัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ได้ขยายเวลาจากที่ตกลงไว้ 5 ปี ออกไปจนถึงปี พ.ศ. 2477 พร้อมกับที่คณะวิทยาศาสตร์ได้เริ่มอนุมัติหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิตขึ้นในปีเดียวกัน ซึ่งขณะนั้นแผนกชีววิทยา ได้วางหลักสูตรบัณฑิตสาขาชีววิทยาเป็น 4 ปี และมีบัณฑิตสำเร็จการศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2480 ดังนั้นเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 แผนกชีววิทยาจึงได้มีหัวหน้าแผนกอย่างเป็นทางการ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบสำนักงาน และกรมในกระทรวงธรรมการ ลงวันที่ 29 มกราคมพ.ศ. 2476 และเป็นคนไทยท่านแรก คือ ศาสตราจารย์ ศุภชัย วานิชวัฒนา

คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีพระนามและรายนามคณาจารย์ที่สอนวิชาชีววิทยาสมัยก่อตั้งแผนกชีววิทยาและระหว่างที่มีสัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ ช่วงปี พ.ศ. 2459-2478 คือ

1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาชัยนาทนเรนทร(ครั้งดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร) อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย สอนวิชา Botany ปี พ.ศ. 2459-2460
2. หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี A.M.R.A.C. (Associate Member of Royal Agricultural College) คณบดีคณะอักษรศาสร์และวิทยาศาสตร์ สอนวิชา Botany ปีพ.ศ. 2459-2460
3. Mr. B. O. Cartwright B.A. (Cantab.) สอนวิชา Biology ปี พ.ศ. 2460-2465
4. นายแพทย์ วอลเตอร์ บี ทอย M.D. สอน Anatomy
5. นายแพทย์ Michal St. Ann Fernandes L.M.& S. (Licentiate of Medicine and Surgery) (มหาวิทยาลัยบอมเบย์) สอน Anatomy ปี พ.ศ. 2462-2463
6. รองอำมาตย์โท นายแพทย์ขุนกายวิภาคบรรยาย ป.พ. (ประกาศนียบัตรแพทย์ศิริราช) สอน Anatomy
7. รองอำมาตย์เอก หลวงอัพภันตราพาธพิศาล M.R.C.S. (Member of the Royal College of Surgeous), L.R.C.P. (Licentiate of the Royal College of Physicians) สอน Physiology
8. อำมาตย์เอก นายแพทย์ พระอาจวิทยาคม M.D., D.D.S. สอน Physiology
9. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ อธิบดีกรมมหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2466-2467) C.P.H. (Certificate of Public Health (Harvard)) สอนวิชา Vertebrate Anatomy และวิชาประวัติศาสตร์ ปี พ.ศ. 2466-2467 ต่อมาทรงศึกษาต่อ M.D. ที่ Harvard
10. หลวงจุลชีพพิชชาธร B.A. (U.P.) สอนวิชา Biology และ Zoology Lab ปี พ.ศ. 2466-2472
11. อำมาตย์โท พระมนตรีพจนกิจ (ม.ร.ว. ชาย ชุมแสง) ประกาศนียบัตรวิชาพฤกษศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมิวนิค เยอรมันนี สอนวิชา Botany ปี พ.ศ. 2466-2478
12. Professor Thomas F. Morrison M.A. (Lafayette) Ph.D. (Princeton) หัวหน้าแผนกชีววิทยา (18 เมษายน พ.ศ. 2468- 19 มีนาคม พ.ศ. 2470) สอนวิชา Zoology ปี พ.ศ. 2467-2470
13. Professor Gordon E. Alexander B.A. (Central College Missuri), M.A., Ph.D.(Princeton) หัวหน้าแผนกชีววิทยา (17 กรกฎาคม พ.ศ. 2471- 18 มิถุนายน พ.ศ. 2473) สอนวิชา Zoology และ Biology ปี พ.ศ. 2471-2473
14. หลวงศรีสมรรถวิชชากิจ (ศิริ หัพนานนท์) ปริญญาทางเกษตรศาสตร์ (Scale Hayne Agricultural College) สอนวิชา Botany Lab. ปี พ.ศ. 2470-2474 (ต่อมาได้ทุนของมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ไปศึกษาวิชาปักษีวิทยาที่มหาวิทยาลัย Cornell ระหว่างวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2475- 6 ตุลาคม พ.ศ. 2477 ได้ปริญญา M.S. กลับมาสอนที่แผนกชีววิทยา พ.ศ. 2478 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าภาคแผนก พฤกษศาสตร์)
15. Professor Ottis R. Causey B.S. (Clemson), D.Sc. (Johns Hopkins) หัวหน้าแผนกชีววิทยา (พ.ศ. 2473-2477) สอนวิชา Zoology และ Biology ปี พ.ศ. 2473-2477
16. อาจารย์ ศุภชัย วานิชวัฒนา LL.D. (Doctor of Laws) (Princeton), B.S. (Princeton), M.S. (Chicago) สอนวิชา Comparative Anatomy ปี พ.ศ. 2474-2478 (เป็นนิสิตเตรียมแพทย์คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รุ่นที่ 2 พ.ศ. 2467 สอบไล่ได้ที่ 1 เมื่อเรียนครบตามหลักสูตร 2 ปี แล้วรับทุนของมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัย Princeton ยอมรับหลักสูตร เตรียมแพทย์ และให้เข้าเรียนต่อได้เลยในชั้นปีที่ 3 ของหลักสูตร B.S. (Biology) เมื่อศึกษาจบปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยชิคาโกแล้วขณะกำลังจะเรียนต่อ Ph.D. ถูกเรียกตัวให้กลับมาร่วมสอนกับอาจารย์ชาวต่าง ประเทศ ต่อมาดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป็นหัวหน้าแผนกชีววิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2478-2509)
17. อาจารย์ ดร. คลุ้ม วัชโรบล B. Sc. Hons., A.R.C.S., D.I.C. (Diploma of the Imperial College), Ph.D. (London), F.R.E.S. สอนวิชา Zoology ปี พ.ศ. 2478 (เป็นนิสิตเตรียมแพทย์ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รุ่นที่ 3 พ.ศ. 2468 โดยได้รับทุนร๊อคกี้เฟลเลอร์ สอบไล่ได้ที่ 1 ทั้งสองปี เมื่อเรียนครบตามหลักสูตรเตรียมแพทย์ 2 ปี แล้ว ข้ามฟากไปเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ ที่ศิริราชพยาบาล จบปีที่ 1 ชั้นปรีคลินิค แล้วได้รับทุนของสมเด็จพระราชบิดา ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2471 ได้รับ Ph.D. พ.ศ. 2477 เมื่อศึกษาจบปริญญาเอกแล้วทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัย Cambridge 1 ปี แล้วกลับมาสอนแทนอาจารย์ชาวต่างประเทศเนื่องจากสัญญากับมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ได้สิ้นสุดลง มาดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ และเป็นหัวหน้าแผนกชีววิทยาต่อจากศาสตราจารย์ ศุภชัย วานิชวัฒนา)

 

 

เนื่องจากการเรียนการสอนชีววิทยาที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2466 จากการเริ่มต้นการสอนชีววิทยาพื้นฐานในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาหลักสูตรแรกในประเทศไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย จากเหตุผลข้างต้น ที่ประชุมคณาจารย์ภาควิชาชีววิทยา มีมติเห็นชอบให้ปี พ.ศ. 2466 เป็นปีเริ่มต้นที่มี การเรียนการสอนชีววิทยาที่ได้มาตรฐานสากลเกิดขึ้นในประเทศ และเห็นสมควรให้จัดงาน ‘วันครบรอบ 80 ปี ชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ ขึ้นในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระคุณของคณาจารย์ผู้สอนในอดีต ที่ได้ร่วมกันวางรากฐานสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอนชีววิทยา จนมีความก้าวหน้าตราบจนปัจจุบัน

 

กิตติกรรมประกาศ

กราบขอบพระคุณท่านผู้ให้ข้อมูลในการรวบรวมเนื้อหาของบทความ ดังรายนามต่อไปนี้

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร
ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ ชนาญวัต เทวกุล
และรองศาสตราจารย์ สวัสดิ์ จงกล

เอกสารอ้างอิง

  1. คณะกรรมการจัดงานฉลองอายุครบ 60 ปี ศาสตราจารย์ ดร. คลุ้ม วัชโรบล. 2510, ที่ระลึกงานทำบุญอายุครบ 60 ปี ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล 17 มิถุนายน 2510 ไทยวัฒนาพาณิชย์ 94 หน้า
  2. นงเยาว์ กาญจนจารีย์. 2537, สมเด็จพระบรมราชชนก กับการวางรากฐานวิชาวิทยาศาสตร์ของประเทศ. 60 ปี วิทยาศาสตร์บัณฑิต บริษัท สารมวลชน จำกัน หน้า 25-34.
  3. ไปย์ญาณี ศกุนะสิงห์ . 2545, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จามจุรี ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 หน้า 16-20.
  4. แผนกสารานียกร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2503, วิทยานุสรณ์ ต้อนรับน้องใหม่ 2503 ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกื้อกูลการพิมพ์ พระนคร
  5. สำนักงาน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2503, วิทยานุสรณ์ ต้อนรับน้องใหม่ 2499 หุ้นส่วนจำกัด ศิวพร พระนคร
  6. สรรใจ แสงวิเชียร. 2537, การปรับปรุงคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกับการปรับปรุงคณะแพทย์ศาสตร์ระหว่าง พ.ศ. 2466-2478. 60 ปี วิทยาศาสตร์บัณฑิต บริษัท สารมวลชน จำกัด หน้า 11-23.